ACTIVITY-BASED WORKING
ออฟฟิศสวยแต่คนไม่นั่ง?
ทำไมการออกแบบจาก “จำนวนโต๊ะ” ถึงไม่ตอบโจทย์องค์กรยุคใหม่อีกต่อไป
ในอดีต การออกแบบออฟฟิศมักเริ่มต้นจากคำถามที่ว่า “พนักงานกี่คน ต้องใช้โต๊ะกี่ตัว?” แนวคิดนี้อาจใช้ได้ดีในยุคที่ทุกคนต้องตอกบัตรนั่งประจำที่ 8 ชั่วโมงต่อวัน แต่ในโลกการทำงานยุค Hybrid ที่ความคล่องตัวคือหัวใจสำคัญ การวางผังออฟฟิศโดยอิงแค่ “จำนวนโต๊ะ” กำลังกลายเป็น ต้นทุนที่สูญเปล่า และบดบังศักยภาพที่แท้จริงของพนักงาน
ทำไม Headcount-Based Design ถึงกลายเป็นความเสี่ยงในปัจจุบัน?
1. จำนวนพนักงาน ไม่เท่ากับ การใช้งานจริง: ข้อมูลสถิติระบุว่าโต๊ะทำงานในออฟฟิศยุคใหม่มีอัตราการใช้งานจริงไม่ถึง 60% เพราะพนักงานต้องเข้าประชุม ออกไปพบลูกค้า หรือทำงานร่วมกันในพื้นที่ส่วนกลาง การทำโต๊ะแบบ 1:1 จึงเป็นการเสียค่าเช่าพื้นที่ไปกับ “โต๊ะว่าง”
2. “พื้นที่สร้างมูลค่า” ถูกเบียดบัง: เมื่อโต๊ะทำงานกินพื้นที่ส่วนใหญ่ พื้นที่สำคัญอย่างห้องประชุมขนาดเล็ก (Focus Room), พื้นที่ระดมสมอง (Creative Hub) หรือมุมพักผ่อนที่สร้างไอเดียใหม่ๆ มักถูกตัดออก ทั้งที่เป็นพื้นที่ที่ช่วยสร้างรายได้ให้องค์กรได้มากเช่นกัน
3. ต้นทุนแฝงที่มองไม่เห็น: การออกแบบที่ยึดติดกับจำนวนคนตายตัว ทำให้เมื่อองค์กรเติบโตหรือปรับโครงสร้างทีม ต้องเสียค่าใช้จ่ายมหาศาลในการรีโนเวทพื้นที่ใหม่ (Re-layout)
YL Studio แนะนำ: พลิกมุมมองสู่ Activity-Based Working
แทนที่จะเริ่มจากคำถามว่า “เอาโต๊ะกี่ตัว” เราควรเปลี่ยนมาใช้แนวคิด Activity-Based Working ที่เน้นการออกแบบพื้นที่ตาม “พฤติกรรม” และ “กิจกรรม” ของพนักงานเป็นหลัก โดยเริ่มพิจารณาจาก:
• Workflow: ทีมแต่ละทีมมีลักษณะการทำงานอย่างไร? (เน้นงานใช้สมาธิส่วนตัว หรือเน้นการทำงานร่วมกัน)
• Growth Plan: แผนในอีก 3-5 ปีข้างหน้า องค์กรมีทิศทางขยายตัวอย่างไรเพื่อให้พื้นที่รองรับการเปลี่ยนแปลงได้
• Employee Experience: พื้นที่แบบไหนที่จะสร้างแรงจูงใจและช่วยให้พนักงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
สรุป: ออฟฟิศไม่ใช่แค่ที่สำหรับวางโต๊ะและเก้าอี้ แต่คือ “เครื่องมือเชิงกลยุทธ์” ที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจ ก่อนตัดสินใจออกแบบครั้งต่อไป ลองเปลี่ยนคำถามจาก “ต้องมีโต๊ะกี่ตัว” เป็น “พื้นที่แบบใด ที่จะช่วยให้คนของเราทำงานได้ดีที่สุด”
Leave a comment